เกาะสีชัง

One Day Trip ณ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี
“สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร”
บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

ถ้าจะกล่าวถึงเกาะสีชังก็คือหนึ่งในอำเภอของจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในอ่าวไทย นอกชายฝั่งอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นอำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่เดิมขึ้นอยู่กับจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีหลวงศรีชลังคณารักษ์ เป็นผู้รักษาราชการ ต่อมาถูกย้ายไปขึ้นกับจังหวัดชลบุรีในปี พ.ศ. 2486
เกาะสีชังเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ ท่องเที่ยวอันงดงาม เป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น

ซึ่งสามารถมาแวะเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ เกาะสีชังเป็นท้องที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเป็น สถานที่ประทับ ของพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีหลักฐานปรากฏจากพระนามาภิไธยหลายแห่ง และ รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบนเกาะเพื่อเป็นสถานที่ประทับ ในฤดูร้อนและพระราชทานนามว่า “พระจุฑาธุชราชฐาน” ตามพระนามพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะสีชังแห่งนี้

ทีมงาน Eastern Thailand Guideได้ออกเดินทางจากจังหวัดระยองด้วยเวลาเก้าโมงเช้านิดๆ พร้อมกับสายฝนตกแบบปรอยๆ มุ่งหน้าไปยัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
เราแวะพักทานอาหารกลางวันกันที่ “CAFE’ KANTARY” Sriracha
ด้วยเมนูอาหารคาวหวานพร้อมเมนูเครื่องดื่มที่ทางคาเฟ่แคนทารีจัดไว้ต้อนรับอย่างมากมาย อาทิ เมนูพิซซ่าแป้งบางกรอบ เครื่องหน้าแน่นอย่าง “Hawaiian Pizza” และ “Smoke Salmon Pizza” ที่มาพร้อมหน้าปลาแซลมอนรมควันชิ้นใหญ่และไข่ปลาแซลมอนที่โรยมาด้วย ต่อด้วยชุดเครปคาวและเครปหวาน อย่าง “Ham and Cheese Crepe” และ “BerryBerry Crepe” จัดไปอย่างละ 1 จานแต่เต็มด้วยคุณภาพ ยังไม่เต็มที่จัดกันไปอีกกับ 1 ชุดเชตขนมจีบเรียงหน้ากันมาด้วยขนมจีบกุ้ง ขนมจีบปู ขนมจีบหมู ขนมจีบสาหร่ายไส้กุ้ง (ไม่อยากบอกเลยขนมจีบที่นี่ลูกใหญ่ คำเดียวก็อิ่มได้นะ) ทานอาหารไปหลายเมนูคล้ายจะติดๆคอ เสิร์ฟต่อมาด้วยเมนูเครื่องดื่ม
“Cream Cheese Peach” เครื่องดื่มชาพีชกลิ่นหอมกรุ่นรสชาติแบบPeachๆ ตามชื่อเลยค่ะ ท็อปปิ้งด้วยครีมชีสโฟมเข้มข้นและเนื้อลูกพีชชุ่มฉ่ำ
“Ice Green Tea” เหมาะสำหรับคนที่ชอบชาเขียว จะสัมผัสได้ถึงรสชาเขียวแท้ๆ
“Ice Kantary Coffee” “Kantary Coffee Frappe” กาแฟของทางคาเฟ่เป็นเมล็ดกาแฟชั้นดี พรีเมียมเบลนด์ โดยลาวาซซา ประเทศอิตาลี รสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมกรุ่นเฉพาะตัว
“CAFE’ KANTARY” Sriracha อยู่บนถนนศรีราชานคร 3 ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงแรม Kameo House, Sriracha ติดกับ Cape Racha Hotel & Serviced Apartments บรรยากาศภายในร้านโปร่ง มีมุมให้ลูกค้าได้เลือกนั่งกันหลายมุม มีที่รองรับลูกค้าทั้งหมด 2 ชั้นกับ 1 ชั้นดาดฟ้ารับลมเย็นๆ กันได้
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม

 

 

ทีมงาน Eastern Thailand Guide อิ่มท้องพร้อมลุย
เราเดินทางออกจากคาเฟ่แคนทารี ไปที่ท่าเรือเกาะลอย ท่าเรือที่เราจะขึ้นเรือเพื่อข้ามฟากไปยัง เกาะสีชัง
ค่าตั๋วเรือคนละ 50 บาทเองค่ะ ถือว่าไม่แพง เรือจะออกทุกๆชั่วโมง ใช้เวลาในการเดินทางข้ามไปก็ประมาณ 30-40 นาที ขึ้นอยู่สภาพอากาศลมทะเลค่ะ
เรานั่งเรือรอบบ่ายสามโมงตรง ยอมรับตรงจริงๆค่ะ เรือออกจากท่าเรือตรงเวลานะคะ
ใครมาไม่ทันหรือช้า กรุณารอเที่ยวต่อไปได้เลย นั่งในเรือกันไปนิ่งๆ ดูคลื่นในทะเล รับลมเย็นๆกัน แอบพักสายตาก็ยังได้ตั้งครึ่งชั่วโมง…

ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ท่าเทียบเรือของเกาะสีชัง มีทั้ง 3 ท่า ท่าเรือภานุรังษี(ท่าบน), ท่าเรือท่องเที่ยวเกาะสีชัง(ท่าใหม่) และ ท่าเรือเทววงษ์(ท่าล่าง) เป็นจุดท่าเรือที่เราทีมงานขึ้นไปยังเกาะสีชังกันค่ะ มีรถสองแถวของทางโรงแรมมารับ แวะไปวางกระเป๋าสัมภาระลงก่อนกันที่ “SOMEWHERE, KOH SICHANG” ที่ที่เราจะพักเอนกายกันในคืนนี้
ไปต่ออย่ารอช้า…กระโดดขึ้นรถสามล้อที่หน้าตาคล้ายรถตุ๊กตุ๊กแต่ทรง สไตล์สปอร์ตกว่าพร้อมที่ข้างหลังบรรทุกผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่งด้วยเจ้ารถที่มีชื่อว่า “รถสกายแลป” รถซิ่งเครื่องแรง ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำเกาะสีชัง มา ณ เกาะสีชังต้องได้นั่งรถสกายแลปเที่ยวรอบเกาะ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง วันนี้เราจะใช้บริการรถสกายแลปโดยมี “พี่เหว๋อ” โชเฟอร์มือฉมัง ผ่านทุกทางโค้งที่จะพาเราลัดเลาะเที่ยวรอบเกาะให้ได้มากจุดที่สุด
ภายในเวลาอันกระชั้นชิด เริ่มค่ะจุดแรก

• พระจุฑาธุชราชฐาน
พระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่บริเวณแหลมทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง เป็นสิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่บนชั้นเนินเขาสูง-ต่ำลดหลั่นกันอย่าง งดงาม ประกอบด้วย พระที่นั่ง 4 พระองค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง มีสวนดอกไม้ สระธารน้ำ น้ำพุ ตกแต่งตามแบบสวนในพระราชวังของประเทศตะวันตก
เหตุการณ์สำคัญ พ.ศ. 2436 เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 การก่อสร้างพระที่นั่งและตำหนักต่าง ๆ ก็ชะงักลง นอกจากนี้ พระองค์โปรดให้รื้อถอนพระที่นั่งและตำหนักบางส่วนไปสร้างไว้ที่อื่น เช่น พระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งเครื่องไม้สักทอง 3 ชั้น โปรดให้เชิญมาสร้างขึ้นใหม่ใกล้พระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต เมื่อพ.ศ. 2443 พระราชทานนามใหม่ว่า “พระที่นั่งวิมานเมฆ” หลังจากเหตุการณ์วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 พระจุฑาธุชราชฐานจึงมิได้เป็นพระราชวังในการเสด็จแปรพระราชฐานตั้งแต่นั้นมา
โดยทำให้พื้นที่บริเวณพระราชฐานจมลงในดินประมาณศอกนึง ต่อมาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เข้ามาบูรณะ ถึงปัจจุบัน

• สะพานอัษฎางค์
อยู่ในบริเวณพระตำหนัก เป็นสะพานที่รัชกาลที่ 5 ทรงใช้เป็นท่าเทียบเรือหลังจากที่เสด็จประพาสฝรั่งเศส

• จุดชมวิวอ่าวอัษฎางค์(หาดถ้ำพัง)
เป็นหาดทรายขาวสวยงาม ด้านเหนือหาดเป็นแหลมจักรพงษ์ ซึ่งเป็นแหลมหินที่งดงาม ประกอบด้วยเนินสูงต่ำทอดยาวต่อเนื่องกัน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลาและชมพระอาทตย์ตก

• ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนทั้งในไทยและต่้างประเทศนิยมมาสักการะบูชา มีลักษณะแบบวิหารจีนเป็นอาคารใหญ่ ภายในเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่อเห้งเจีย ศาลเจ้าแม่กวนอิม วิหารพระสังกัจจายน์ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีคนมาสักการะเนืองแน่นด้วยความเชื่อว่าจะทำให้การค้าขายรุ่งเรือง

• รอยพระพุทธบาท
ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะ บนไหล่เขาถัดจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองทำจากหินอัญเชิญมาจากพุทธคยาประเทศอินเดียในสมัยรัชกาลที่ 5 และยังมีพระบรมสารีริกธาตุให้สักการะบูชา นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ มองเห็นทิวทัศน์ทะเลรอบเกาะสีชังอีกด้วย

• ช่องอิศริยาภรณ์(ช่องเขาขาด)
เป็นช่องเขาที่ขาดออกจากกัน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และหาดที่มีหินลักษณะเป็นก้อนกลมแบนที่เกิดจากอิทธิพลของลมที่พัดจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของพลับพลารัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ทรงใช้เป็นหอดูดาว โดยจุดนี้สามารถเห็นทิวทัศน์ของเกาะได้โดยรอบ

• ถ้ำจักรพงษ์และพระเหลือง

• พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร
เป็นพระอุโบสถที่มีลักษณะเฉพาะคือมีพระอุโบสถอยู่ใต้เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ตัวพระอุโบสถสร้างจามรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ใกล้กับพระเจดีย์อุโบสถมีต้นศรีมหาโพธิ์ที่นำหน่อจากประเทศอินเดียมาปลูกไว้ในบริเวณเดียวกันนั้นมี “หินระฆัง” ที่เมื่อเคาะจะได้ยินเสียงคล้ายระฆังด้วย พระเจดีย์อุโบสถนี้ตั้งอยู่บนเขา ณ ตำแหน่งที่มองเห็นบริเวณพระราชฐานโดยรอบและภูมิทัศน์ทางทะเลที่สวยงาม

ตลอดเส้นทางเที่ยวรอบเกาะพี่เหว๋อขับรถพาเราทีมงานไปนั้น
พี่ก็สวมหน้าที่มังคุเทศก์คอยให้ความรู้เราไปในเรื่องราวต่างๆ ณ จุดท่องเที่ยวนั้นๆ
สรุปคือที่เหว๋ออ่ะไม่ใช่ชื่อพี่เค้า..แต่เป็นหน้าพวกเรานี่แหละค่าาาคุณ
เพราะพี่เค้าเล่าแบบละเอียดครบทุกองค์ความรู้ก็ว่าได้เลย

พี่เหว๋อได้เล่าความเป็นมาของเกาะสีชังในเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ในวิถีแบบชาวบ้านให้ฟังกันอีกด้วย

สิ่งสำคัญและมีค่าของที่นี่คือ “น้ำ”

ส่วนใหญ่ชาวบ้านบนเกาะใช้น้ำฝนกัน แต่ละบ้านจะมีแท้งค์กักเก็บน้ำฝนไว้ใช้กัน

ยามหน้าฝนมีน้ำใช้สบายหน่อย ส่วนฤดูกาลอื่นต้องประหยัด

ส่วนกิจการสถานที่ต้องใช้น้ำในปริมาณที่มาก จะต้องดำเนินการขนส่งมาจากทางฝั่งเท่านั้น…

กิจกรรมบนเกาะสีชังนอกเหนือจากนั่งรถเที่ยวรอบแล้วยังมี เช่าเรือเที่ยวรอบเกาะ ดำน้ำดูปะการัง พายเรือคายัค สำหรับสายตกปลาก็ไม่ควรพลาดสามารถมาตกปลาได้บริเวณ ช่องเขาขาด หาดถ้ำพัง ท่ายายทิม เป็นต้น
เข้าโค้งชมวิวกันไปรอบเกาะก็กลับมาสู่ที่พักอย่างปลอดภัย
หิวววววแล้ว ทีมงานได้ทานอาหารเย็นที่ “The Verandah Restaurant” โดยทางห้องอาหารจัดเตรียมไว้ให้ทีมงานด้วยเมนูที่หลากหลาย เช่น
“Salmon Carpaccio” แซลมอนมาพร้อมน้ำราดแซ่บๆ
“Beef Sirloin with Pepper por Mushroom Sauce Served with French Fries and Grilled Vegetables”
“Black & White Spaghetti with Spicy Mixed Seafood” สปาเก็ตตี้สองสีผัดขี้เมาทะเล
“Salmon in Southern Yellow Curry” แกงเหลืองปลาแซลมอน เนื้อปลาชิ้นใหญ่ เครื่องแกงจัดจ้านในแบบอาหารทางภาคใต้
ตบท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง “Crepe Suzette” ที่มาทำกันเห็นๆตื่นตากันไป ไฟขึ้นยันฝ้า รสชาติที่ออกหวานเปรี้ยวขมนิดๆทานคู่กับไอศกรีมวนิลาซึ่งจะตัดเข้ากันเป็นอย่างดี

อิ่มแล้วนอน พักผ่อนที่นี่นะ
“SOMEWHERE, KOH SICHANG” โรงแรมระดับพรีเมี่ยม บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ร่มรื่น ผู้คนไม่พลุกพล่าน ด้วยตัวอาคารภายนอกจะเป็นโทนสีขาวตัดด้วยสีฟ้าน้ำทะเลมองแล้วสบายตา
ห้องพักแบบดีลักซ์มีจำนวน 20 ห้องไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ภายในห้องตกแต่งโปร่งสบายและด้วยการเล่นสีสันเล็กๆน้อยๆให้เข้ากับบรรยากาศชายทะเล มีระเบียงกว้างที่สามารถเปิดไปรับลมทะเลได้อย่างสบาย (ยามเช้าอากาศดีมาก)
พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ถ้ามีโอกาสขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวมาเยือน ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ทั้งผู้ที่เคยมาแล้ว หรือผู้ที่ยังไม่เคยมา นักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวชมเชิงวิถีชาวบ้านเรียบง่าย แบบสงบ หลบความมวุ่นวายได้ดีเลยทีเดียวค่ะ เราจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศ อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะสีชัง ไม่ว่าจะเป็นบ้านสีสันสดใสที่กระจายอยู่ตามเนินเขา รอยยิ้มเป็นกันเองจากชาวบ้าน การใช้ชีวิตอันเรียบง่ายไม่เร่งรีบ ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

 

ทีมงาน Eastern Thailand Guide
ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีสำหรับ ทริปดีๆในครั้งนี้ค่ะ
CAFE’ KANTARY Sriracha สำหรับมื้ออาหารกลางวันที่คัดสรรมาอย่างดี
Somewhere Hotel Koh Sichang by Cape & Kantary Hotels
สถานที่พักสวยๆบรรยากาศสงบ
The Verandah Restaurant สำหรับมื้ออาหารเย็นระดับพรีเมี่ยม อร่อยและดี
คุณกุสุมา ผลธรรมปาลิต Public Relations Executive (คุณกบ PR สาวผู้น่ารักดูแลทีมงานเป็นอย่างดีตลอดทริปการเดินทาง)
คุณภูวสิษฐ์ สินวิเชียรรัตน์ (คุณเอ็ม) Supervisor Front Office
คุณสาลินี สังสวัสดิ์ (คุณสาลี่) Supervisor Food and Beverage
และเหล่าทีมงานทุกฝ่ายของซัมแวร์ เกาะสีชัง ที่ต้อนรับและบริการเป็นอย่างดี
พี่เหว๋อ โชเฟอร์สุดซิ่ง ที่พาทีมงานลัดเลาะรอบเกาะแถมยังเป็นมังคุเทศก์ที่ให้ความรู้ด้วย
ถ้ามีโอกาสหน้าเราจะกลับมาเยือนอีก…เกาะสีชัง ชลบุรี

Leave your comment